วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย
แมวพันธุ์เปอร์เซีย ตัวที่จมูกเขาบี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาและขี้ตามาก ถ้าเราไม่ได้ทำการเช็ดให้ทุกวัน มันจะเป็นคราบเหลืองๆดำๆไม่น่าดู และถ้านานๆเช็ดสักครั้ง อาจจะทำให้เป็นแผลที่ร่องน้ำตาได้ วิธีง่ายและประหยัดมากๆ (แมวไฮโซ ไม่แนะนำให้ใช้)
1. สำลีกับน้ำอุ่นๆ ให้จุ่มสำลีในน้ำอุ่นๆแล้วบีบให้หมาดๆน้ำแล้วนำไปเช็ดรอบๆดวงตา เมื่อขี้ตาหมดแล้วก็นำสำลีแห้งเช็ดเบาๆอีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้มันแห้ง ถ้ามีแป้งที่ป้องกันคราบน้ำตาก็ใส่ให้เขาไป รู้สึกว่าแป้งประเภทนี้เท่าที่เคยใช้ก็ทำให้คราบน้ำตาน้อยลงมากและอัตราการเกิดน้ำตาจะน้อยลง แต่แป้งก็แพงมากตามคุณภาพของมันเหมือนกัน แมวเปอร์เซียร์ ที่เลี้ยงประกวดมักจะใช้แป้งประเภทนี้ แต่ขอร้องอย่าใช้แป้งมันให้กับแมวเด็ดขาด
2. มีสัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้น้ำเกลือที่ขายกันเป็นขวด(ห้ามใช้เกลือแกงเด็ดขาด) แล้วนำมันมาผสมน้ำให้เจือจางก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เท่าที่เคยลองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับดวงตาแมว แต่บางคนบอกว่ามันจะแสบถ้าเข้าตาซึ่งเวลาเช็ดตาเราก็เช็ดรอบดวงตาไม่ใช่หยอดตา แต่แสบจริงหรือเปล่าผู้เขียนยังไม่เคยหยอดตาตัวเองซักที
3. วิธีนี้ไม่ประหยัดเพราะต้องซื้อมา ก็คือการซื้อน้ำยาเช็ดคราบน้ำตา แต่แพงมาก สรรพคุณของมันก็ช่วยขจัดรอยคราบน้ำตา ก็ซื้อมาใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่เช็ดด้วยน้ำธรรมดาแล้วมีรอยคราบอยู่เยอะ แต่ถ้าให้ดีให้เช็ดด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยแป้งขจัดคราบน้ำตาจะได้ผลมากกว่าไม่เปลืองด้วย เพราะว่าน้ำยาเช็ดคราบน้ำตาแมวเปอร์เซียขวดมันเล็กนิดเดียวแต่ราคาไม่ธรรมดาเลย ใครทำให้ขวดใหญ่เท่าขวดโค๊กลิตรแล้วราคาเท่ากันจะรีบตามไปซื้อเก็บไว้สัก 10 โหล
แมวพันธุ์เปอร์เซีย ตัวที่จมูกเขาบี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาและขี้ตามาก ถ้าเราไม่ได้ทำการเช็ดให้ทุกวัน มันจะเป็นคราบเหลืองๆดำๆไม่น่าดู และถ้านานๆเช็ดสักครั้ง อาจจะทำให้เป็นแผลที่ร่องน้ำตาได้ วิธีง่ายและประหยัดมากๆ (แมวไฮโซ ไม่แนะนำให้ใช้)
1. สำลีกับน้ำอุ่นๆ ให้จุ่มสำลีในน้ำอุ่นๆแล้วบีบให้หมาดๆน้ำแล้วนำไปเช็ดรอบๆดวงตา เมื่อขี้ตาหมดแล้วก็นำสำลีแห้งเช็ดเบาๆอีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้มันแห้ง ถ้ามีแป้งที่ป้องกันคราบน้ำตาก็ใส่ให้เขาไป รู้สึกว่าแป้งประเภทนี้เท่าที่เคยใช้ก็ทำให้คราบน้ำตาน้อยลงมากและอัตราการเกิดน้ำตาจะน้อยลง แต่แป้งก็แพงมากตามคุณภาพของมันเหมือนกัน แมวเปอร์เซียร์ ที่เลี้ยงประกวดมักจะใช้แป้งประเภทนี้ แต่ขอร้องอย่าใช้แป้งมันให้กับแมวเด็ดขาด
2. มีสัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้น้ำเกลือที่ขายกันเป็นขวด(ห้ามใช้เกลือแกงเด็ดขาด) แล้วนำมันมาผสมน้ำให้เจือจางก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เท่าที่เคยลองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับดวงตาแมว แต่บางคนบอกว่ามันจะแสบถ้าเข้าตาซึ่งเวลาเช็ดตาเราก็เช็ดรอบดวงตาไม่ใช่หยอดตา แต่แสบจริงหรือเปล่าผู้เขียนยังไม่เคยหยอดตาตัวเองซักที
3. วิธีนี้ไม่ประหยัดเพราะต้องซื้อมา ก็คือการซื้อน้ำยาเช็ดคราบน้ำตา แต่แพงมาก สรรพคุณของมันก็ช่วยขจัดรอยคราบน้ำตา ก็ซื้อมาใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่เช็ดด้วยน้ำธรรมดาแล้วมีรอยคราบอยู่เยอะ แต่ถ้าให้ดีให้เช็ดด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยแป้งขจัดคราบน้ำตาจะได้ผลมากกว่าไม่เปลืองด้วย เพราะว่าน้ำยาเช็ดคราบน้ำตาแมวเปอร์เซียขวดมันเล็กนิดเดียวแต่ราคาไม่ธรรมดาเลย ใครทำให้ขวดใหญ่เท่าขวดโค๊กลิตรแล้วราคาเท่ากันจะรีบตามไปซื้อเก็บไว้สัก 10 โหล
การอาบน้ำแมวเปอร์เซีย
การอาบน้ำแมวเปอร์เซีย
จับแมวอาบน้ำ บางคนได้ยินก็ถึงกับงง แมวอาบน้ำได้ด้วยเหรอ อาบน้ำแมวเดี๋ยวฝนก็ตกใส่หรอก อาบทำไมมันก็เลียขนสะอาดอยู่แล้ว ถ้าเป็นแมวข้างถนนหรือแมวขนสั้นทั่วๆไปการอาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ถ้าเป็น แมวเปอร์เซียที่มีขนยาวๆถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าความที่มันมีขนปุกปุยยาวๆ ก็เป็นแหล่งเพาะความสกปรกตามมาขนยาวๆอาจจะติดพันกันได้ง่าย หมัดเห็บก็ชอบอาศัยอยู่นักแล เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลาหวีขนให้เขาจะยิ่ง ทำให้ขนติดพันกันเป็นตังเม แล้วทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังและที่สำคัญอาจจะเป็นเชื้อรา ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนจะอาบน้ำให้บ่อยมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความสะอาดของแมวเปอร์เซียตัวนั้นๆเช่น 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 1 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้านำขึ้นห้องนอนด้วยกันก็ประมาณสัก 1 อาทิตย์ก็กำลังดี ก่อนอาบน้ำแมวเปอร์เซียจะต้องมีการเตรียมการก่อนดังนี้
1. ควรตัดเล็บแมวเปอร์เซียนให้สั้นก่อน เพราะว่าบางครั้งมันอาจจะกางกรงเล็บข่วนคนอาบน้ำได้
2. ควรสางหรือหวีขน แมวเปอร์เซีย ก่อนเสมอเพราะว่ามันอาจจะมีเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกติดที่ขน เมื่อมีการอาบน้ำสิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจจะไม่หลุดออกไปจะทำให้ขนพันเป็นก้อนได้มากยิ่งขึ้น
3. ถ้าเป็นการอาบน้ำลูกแมวเปอร์เซีย ควรต้มน้ำร้อนแล้วผสมน้ำเย็นเพื่อให้เป็นน้ำอุ่นแล้วใช้น้ำอุ่นอาบน้ำให้ลูกแมวเปอร์เซีย และพยายามอาบให้เร็วที่สุดมิฉะนั้น ลูกแมวเปอร์เซีย อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ
4. สำลีอุดหูทั้งสองข้างจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูแมวปอร์เซีย
5. แชมพูต้องเลือกที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ร้าน Pet shop ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ต้องล้างออกให้หมดจดจริงๆเดี๋ยวแมวเปอร์เซียจะเป็นแผลจากการที่ล้างออกไม่หมดเพราะมันจะไปสะสมที่ผิวหนังและขนทำให้เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกได้
6. หนังชามัวร์ ให้เลือกดีๆหน่อยถ้าได้หนังแท้จะดีมาก ไว้เช็ดตัวแมวเปอร์เซียหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำให้ขนของมันแห้งเร็วยิ่งขึ้น
7. ไดร์เป่าขน อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ให้เลือกอันที่ลมเป่าแรงๆหน่อยก็ดี เวลาเป่าอย่าพยายามเป่าใกล้ตัวแมวเปอร์เซียมากเกินไปเดี๋ยวหนังจะไหม้เอา ถ้ามีตัวเป่าลมด้วยก็ดีเหมือนกันน้ำจะออกได้เร็ว
8. หวี แป้ง สำลีเช็ดหูและน้ำยา เช็ดหู
แค่นี้ท่านก็สามารถอาบน้ำแมวเปอร์เซียได้สบายแล้ว ส่วนอาบน้ำแล้วฝนจะตกหรือไม่ตกก็แล้วแต่ฤดูกาลครับท่านไม่เกี่ยวกับน้องแมวเปอร์เซียเลย แต่แมวคลอดลูกแล้วถูกหวยนี่ห้ามกันไม่ได้ Punchcat ถูกบ่อยนะจะบอกให้ ถ้าเจ้าของไม่อยากอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียเอง ก็สามารถนำแมวเปอร์เซียไปอาบน้ำตาม Pet Shop ก็ได้ แต่จะหาร้านที่เขาถนัดอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องหากันง่ายๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องไดร์เป่าให้ขนแห้งจริงๆ ถ้าไม่แห้งอาจจะเป็นเชื้อรา หรือเป็นหวัดได้ สนนราคาทั่วๆไปจะอยู่ที่ 150-300 บาท
จับแมวอาบน้ำ บางคนได้ยินก็ถึงกับงง แมวอาบน้ำได้ด้วยเหรอ อาบน้ำแมวเดี๋ยวฝนก็ตกใส่หรอก อาบทำไมมันก็เลียขนสะอาดอยู่แล้ว ถ้าเป็นแมวข้างถนนหรือแมวขนสั้นทั่วๆไปการอาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ถ้าเป็น แมวเปอร์เซียที่มีขนยาวๆถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าความที่มันมีขนปุกปุยยาวๆ ก็เป็นแหล่งเพาะความสกปรกตามมาขนยาวๆอาจจะติดพันกันได้ง่าย หมัดเห็บก็ชอบอาศัยอยู่นักแล เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลาหวีขนให้เขาจะยิ่ง ทำให้ขนติดพันกันเป็นตังเม แล้วทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังและที่สำคัญอาจจะเป็นเชื้อรา ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนจะอาบน้ำให้บ่อยมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความสะอาดของแมวเปอร์เซียตัวนั้นๆเช่น 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 1 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้านำขึ้นห้องนอนด้วยกันก็ประมาณสัก 1 อาทิตย์ก็กำลังดี ก่อนอาบน้ำแมวเปอร์เซียจะต้องมีการเตรียมการก่อนดังนี้
1. ควรตัดเล็บแมวเปอร์เซียนให้สั้นก่อน เพราะว่าบางครั้งมันอาจจะกางกรงเล็บข่วนคนอาบน้ำได้
2. ควรสางหรือหวีขน แมวเปอร์เซีย ก่อนเสมอเพราะว่ามันอาจจะมีเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกติดที่ขน เมื่อมีการอาบน้ำสิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจจะไม่หลุดออกไปจะทำให้ขนพันเป็นก้อนได้มากยิ่งขึ้น
3. ถ้าเป็นการอาบน้ำลูกแมวเปอร์เซีย ควรต้มน้ำร้อนแล้วผสมน้ำเย็นเพื่อให้เป็นน้ำอุ่นแล้วใช้น้ำอุ่นอาบน้ำให้ลูกแมวเปอร์เซีย และพยายามอาบให้เร็วที่สุดมิฉะนั้น ลูกแมวเปอร์เซีย อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ
4. สำลีอุดหูทั้งสองข้างจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูแมวปอร์เซีย
5. แชมพูต้องเลือกที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ร้าน Pet shop ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ต้องล้างออกให้หมดจดจริงๆเดี๋ยวแมวเปอร์เซียจะเป็นแผลจากการที่ล้างออกไม่หมดเพราะมันจะไปสะสมที่ผิวหนังและขนทำให้เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกได้
6. หนังชามัวร์ ให้เลือกดีๆหน่อยถ้าได้หนังแท้จะดีมาก ไว้เช็ดตัวแมวเปอร์เซียหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำให้ขนของมันแห้งเร็วยิ่งขึ้น
7. ไดร์เป่าขน อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ให้เลือกอันที่ลมเป่าแรงๆหน่อยก็ดี เวลาเป่าอย่าพยายามเป่าใกล้ตัวแมวเปอร์เซียมากเกินไปเดี๋ยวหนังจะไหม้เอา ถ้ามีตัวเป่าลมด้วยก็ดีเหมือนกันน้ำจะออกได้เร็ว
8. หวี แป้ง สำลีเช็ดหูและน้ำยา เช็ดหู
แค่นี้ท่านก็สามารถอาบน้ำแมวเปอร์เซียได้สบายแล้ว ส่วนอาบน้ำแล้วฝนจะตกหรือไม่ตกก็แล้วแต่ฤดูกาลครับท่านไม่เกี่ยวกับน้องแมวเปอร์เซียเลย แต่แมวคลอดลูกแล้วถูกหวยนี่ห้ามกันไม่ได้ Punchcat ถูกบ่อยนะจะบอกให้ ถ้าเจ้าของไม่อยากอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียเอง ก็สามารถนำแมวเปอร์เซียไปอาบน้ำตาม Pet Shop ก็ได้ แต่จะหาร้านที่เขาถนัดอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องหากันง่ายๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องไดร์เป่าให้ขนแห้งจริงๆ ถ้าไม่แห้งอาจจะเป็นเชื้อรา หรือเป็นหวัดได้ สนนราคาทั่วๆไปจะอยู่ที่ 150-300 บาท
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
