วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย
การเช็ดตาแมวเปอร์เซีย
แมวพันธุ์เปอร์เซีย ตัวที่จมูกเขาบี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาและขี้ตามาก ถ้าเราไม่ได้ทำการเช็ดให้ทุกวัน มันจะเป็นคราบเหลืองๆดำๆไม่น่าดู และถ้านานๆเช็ดสักครั้ง อาจจะทำให้เป็นแผลที่ร่องน้ำตาได้ วิธีง่ายและประหยัดมากๆ (แมวไฮโซ ไม่แนะนำให้ใช้)
1. สำลีกับน้ำอุ่นๆ ให้จุ่มสำลีในน้ำอุ่นๆแล้วบีบให้หมาดๆน้ำแล้วนำไปเช็ดรอบๆดวงตา เมื่อขี้ตาหมดแล้วก็นำสำลีแห้งเช็ดเบาๆอีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้มันแห้ง ถ้ามีแป้งที่ป้องกันคราบน้ำตาก็ใส่ให้เขาไป รู้สึกว่าแป้งประเภทนี้เท่าที่เคยใช้ก็ทำให้คราบน้ำตาน้อยลงมากและอัตราการเกิดน้ำตาจะน้อยลง แต่แป้งก็แพงมากตามคุณภาพของมันเหมือนกัน แมวเปอร์เซียร์ ที่เลี้ยงประกวดมักจะใช้แป้งประเภทนี้ แต่ขอร้องอย่าใช้แป้งมันให้กับแมวเด็ดขาด
2. มีสัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้น้ำเกลือที่ขายกันเป็นขวด(ห้ามใช้เกลือแกงเด็ดขาด) แล้วนำมันมาผสมน้ำให้เจือจางก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เท่าที่เคยลองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับดวงตาแมว แต่บางคนบอกว่ามันจะแสบถ้าเข้าตาซึ่งเวลาเช็ดตาเราก็เช็ดรอบดวงตาไม่ใช่หยอดตา แต่แสบจริงหรือเปล่าผู้เขียนยังไม่เคยหยอดตาตัวเองซักที
3. วิธีนี้ไม่ประหยัดเพราะต้องซื้อมา ก็คือการซื้อน้ำยาเช็ดคราบน้ำตา แต่แพงมาก สรรพคุณของมันก็ช่วยขจัดรอยคราบน้ำตา ก็ซื้อมาใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่เช็ดด้วยน้ำธรรมดาแล้วมีรอยคราบอยู่เยอะ แต่ถ้าให้ดีให้เช็ดด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยแป้งขจัดคราบน้ำตาจะได้ผลมากกว่าไม่เปลืองด้วย เพราะว่าน้ำยาเช็ดคราบน้ำตาแมวเปอร์เซียขวดมันเล็กนิดเดียวแต่ราคาไม่ธรรมดาเลย ใครทำให้ขวดใหญ่เท่าขวดโค๊กลิตรแล้วราคาเท่ากันจะรีบตามไปซื้อเก็บไว้สัก 10 โหล
แมวพันธุ์เปอร์เซีย ตัวที่จมูกเขาบี้มักจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาและขี้ตามาก ถ้าเราไม่ได้ทำการเช็ดให้ทุกวัน มันจะเป็นคราบเหลืองๆดำๆไม่น่าดู และถ้านานๆเช็ดสักครั้ง อาจจะทำให้เป็นแผลที่ร่องน้ำตาได้ วิธีง่ายและประหยัดมากๆ (แมวไฮโซ ไม่แนะนำให้ใช้)
1. สำลีกับน้ำอุ่นๆ ให้จุ่มสำลีในน้ำอุ่นๆแล้วบีบให้หมาดๆน้ำแล้วนำไปเช็ดรอบๆดวงตา เมื่อขี้ตาหมดแล้วก็นำสำลีแห้งเช็ดเบาๆอีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้มันแห้ง ถ้ามีแป้งที่ป้องกันคราบน้ำตาก็ใส่ให้เขาไป รู้สึกว่าแป้งประเภทนี้เท่าที่เคยใช้ก็ทำให้คราบน้ำตาน้อยลงมากและอัตราการเกิดน้ำตาจะน้อยลง แต่แป้งก็แพงมากตามคุณภาพของมันเหมือนกัน แมวเปอร์เซียร์ ที่เลี้ยงประกวดมักจะใช้แป้งประเภทนี้ แต่ขอร้องอย่าใช้แป้งมันให้กับแมวเด็ดขาด
2. มีสัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้น้ำเกลือที่ขายกันเป็นขวด(ห้ามใช้เกลือแกงเด็ดขาด) แล้วนำมันมาผสมน้ำให้เจือจางก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เท่าที่เคยลองก็ไม่มีปัญหาอะไรกับดวงตาแมว แต่บางคนบอกว่ามันจะแสบถ้าเข้าตาซึ่งเวลาเช็ดตาเราก็เช็ดรอบดวงตาไม่ใช่หยอดตา แต่แสบจริงหรือเปล่าผู้เขียนยังไม่เคยหยอดตาตัวเองซักที
3. วิธีนี้ไม่ประหยัดเพราะต้องซื้อมา ก็คือการซื้อน้ำยาเช็ดคราบน้ำตา แต่แพงมาก สรรพคุณของมันก็ช่วยขจัดรอยคราบน้ำตา ก็ซื้อมาใช้สำหรับแมวเปอร์เซียที่เช็ดด้วยน้ำธรรมดาแล้วมีรอยคราบอยู่เยอะ แต่ถ้าให้ดีให้เช็ดด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยแป้งขจัดคราบน้ำตาจะได้ผลมากกว่าไม่เปลืองด้วย เพราะว่าน้ำยาเช็ดคราบน้ำตาแมวเปอร์เซียขวดมันเล็กนิดเดียวแต่ราคาไม่ธรรมดาเลย ใครทำให้ขวดใหญ่เท่าขวดโค๊กลิตรแล้วราคาเท่ากันจะรีบตามไปซื้อเก็บไว้สัก 10 โหล
การอาบน้ำแมวเปอร์เซีย
การอาบน้ำแมวเปอร์เซีย
จับแมวอาบน้ำ บางคนได้ยินก็ถึงกับงง แมวอาบน้ำได้ด้วยเหรอ อาบน้ำแมวเดี๋ยวฝนก็ตกใส่หรอก อาบทำไมมันก็เลียขนสะอาดอยู่แล้ว ถ้าเป็นแมวข้างถนนหรือแมวขนสั้นทั่วๆไปการอาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ถ้าเป็น แมวเปอร์เซียที่มีขนยาวๆถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าความที่มันมีขนปุกปุยยาวๆ ก็เป็นแหล่งเพาะความสกปรกตามมาขนยาวๆอาจจะติดพันกันได้ง่าย หมัดเห็บก็ชอบอาศัยอยู่นักแล เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลาหวีขนให้เขาจะยิ่ง ทำให้ขนติดพันกันเป็นตังเม แล้วทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังและที่สำคัญอาจจะเป็นเชื้อรา ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนจะอาบน้ำให้บ่อยมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความสะอาดของแมวเปอร์เซียตัวนั้นๆเช่น 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 1 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้านำขึ้นห้องนอนด้วยกันก็ประมาณสัก 1 อาทิตย์ก็กำลังดี ก่อนอาบน้ำแมวเปอร์เซียจะต้องมีการเตรียมการก่อนดังนี้
1. ควรตัดเล็บแมวเปอร์เซียนให้สั้นก่อน เพราะว่าบางครั้งมันอาจจะกางกรงเล็บข่วนคนอาบน้ำได้
2. ควรสางหรือหวีขน แมวเปอร์เซีย ก่อนเสมอเพราะว่ามันอาจจะมีเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกติดที่ขน เมื่อมีการอาบน้ำสิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจจะไม่หลุดออกไปจะทำให้ขนพันเป็นก้อนได้มากยิ่งขึ้น
3. ถ้าเป็นการอาบน้ำลูกแมวเปอร์เซีย ควรต้มน้ำร้อนแล้วผสมน้ำเย็นเพื่อให้เป็นน้ำอุ่นแล้วใช้น้ำอุ่นอาบน้ำให้ลูกแมวเปอร์เซีย และพยายามอาบให้เร็วที่สุดมิฉะนั้น ลูกแมวเปอร์เซีย อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ
4. สำลีอุดหูทั้งสองข้างจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูแมวปอร์เซีย
5. แชมพูต้องเลือกที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ร้าน Pet shop ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ต้องล้างออกให้หมดจดจริงๆเดี๋ยวแมวเปอร์เซียจะเป็นแผลจากการที่ล้างออกไม่หมดเพราะมันจะไปสะสมที่ผิวหนังและขนทำให้เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกได้
6. หนังชามัวร์ ให้เลือกดีๆหน่อยถ้าได้หนังแท้จะดีมาก ไว้เช็ดตัวแมวเปอร์เซียหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำให้ขนของมันแห้งเร็วยิ่งขึ้น
7. ไดร์เป่าขน อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ให้เลือกอันที่ลมเป่าแรงๆหน่อยก็ดี เวลาเป่าอย่าพยายามเป่าใกล้ตัวแมวเปอร์เซียมากเกินไปเดี๋ยวหนังจะไหม้เอา ถ้ามีตัวเป่าลมด้วยก็ดีเหมือนกันน้ำจะออกได้เร็ว
8. หวี แป้ง สำลีเช็ดหูและน้ำยา เช็ดหู
แค่นี้ท่านก็สามารถอาบน้ำแมวเปอร์เซียได้สบายแล้ว ส่วนอาบน้ำแล้วฝนจะตกหรือไม่ตกก็แล้วแต่ฤดูกาลครับท่านไม่เกี่ยวกับน้องแมวเปอร์เซียเลย แต่แมวคลอดลูกแล้วถูกหวยนี่ห้ามกันไม่ได้ Punchcat ถูกบ่อยนะจะบอกให้ ถ้าเจ้าของไม่อยากอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียเอง ก็สามารถนำแมวเปอร์เซียไปอาบน้ำตาม Pet Shop ก็ได้ แต่จะหาร้านที่เขาถนัดอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องหากันง่ายๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องไดร์เป่าให้ขนแห้งจริงๆ ถ้าไม่แห้งอาจจะเป็นเชื้อรา หรือเป็นหวัดได้ สนนราคาทั่วๆไปจะอยู่ที่ 150-300 บาท
จับแมวอาบน้ำ บางคนได้ยินก็ถึงกับงง แมวอาบน้ำได้ด้วยเหรอ อาบน้ำแมวเดี๋ยวฝนก็ตกใส่หรอก อาบทำไมมันก็เลียขนสะอาดอยู่แล้ว ถ้าเป็นแมวข้างถนนหรือแมวขนสั้นทั่วๆไปการอาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ถ้าเป็น แมวเปอร์เซียที่มีขนยาวๆถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าความที่มันมีขนปุกปุยยาวๆ ก็เป็นแหล่งเพาะความสกปรกตามมาขนยาวๆอาจจะติดพันกันได้ง่าย หมัดเห็บก็ชอบอาศัยอยู่นักแล เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลาหวีขนให้เขาจะยิ่ง ทำให้ขนติดพันกันเป็นตังเม แล้วทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังและที่สำคัญอาจจะเป็นเชื้อรา ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียจึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนจะอาบน้ำให้บ่อยมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความสะอาดของแมวเปอร์เซียตัวนั้นๆเช่น 1 อาทิตย์ครั้ง หรือ 1 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้านำขึ้นห้องนอนด้วยกันก็ประมาณสัก 1 อาทิตย์ก็กำลังดี ก่อนอาบน้ำแมวเปอร์เซียจะต้องมีการเตรียมการก่อนดังนี้
1. ควรตัดเล็บแมวเปอร์เซียนให้สั้นก่อน เพราะว่าบางครั้งมันอาจจะกางกรงเล็บข่วนคนอาบน้ำได้
2. ควรสางหรือหวีขน แมวเปอร์เซีย ก่อนเสมอเพราะว่ามันอาจจะมีเศษอาหารหรือสิ่งสกปรกติดที่ขน เมื่อมีการอาบน้ำสิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจจะไม่หลุดออกไปจะทำให้ขนพันเป็นก้อนได้มากยิ่งขึ้น
3. ถ้าเป็นการอาบน้ำลูกแมวเปอร์เซีย ควรต้มน้ำร้อนแล้วผสมน้ำเย็นเพื่อให้เป็นน้ำอุ่นแล้วใช้น้ำอุ่นอาบน้ำให้ลูกแมวเปอร์เซีย และพยายามอาบให้เร็วที่สุดมิฉะนั้น ลูกแมวเปอร์เซีย อาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆ
4. สำลีอุดหูทั้งสองข้างจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหูแมวปอร์เซีย
5. แชมพูต้องเลือกที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ร้าน Pet shop ก็มีให้เลือกเยอะแยะ แต่ต้องล้างออกให้หมดจดจริงๆเดี๋ยวแมวเปอร์เซียจะเป็นแผลจากการที่ล้างออกไม่หมดเพราะมันจะไปสะสมที่ผิวหนังและขนทำให้เป็นที่สะสมของสิ่งสกปรกได้
6. หนังชามัวร์ ให้เลือกดีๆหน่อยถ้าได้หนังแท้จะดีมาก ไว้เช็ดตัวแมวเปอร์เซียหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำให้ขนของมันแห้งเร็วยิ่งขึ้น
7. ไดร์เป่าขน อันนี้แล้วแต่กำลังทรัพย์ให้เลือกอันที่ลมเป่าแรงๆหน่อยก็ดี เวลาเป่าอย่าพยายามเป่าใกล้ตัวแมวเปอร์เซียมากเกินไปเดี๋ยวหนังจะไหม้เอา ถ้ามีตัวเป่าลมด้วยก็ดีเหมือนกันน้ำจะออกได้เร็ว
8. หวี แป้ง สำลีเช็ดหูและน้ำยา เช็ดหู
แค่นี้ท่านก็สามารถอาบน้ำแมวเปอร์เซียได้สบายแล้ว ส่วนอาบน้ำแล้วฝนจะตกหรือไม่ตกก็แล้วแต่ฤดูกาลครับท่านไม่เกี่ยวกับน้องแมวเปอร์เซียเลย แต่แมวคลอดลูกแล้วถูกหวยนี่ห้ามกันไม่ได้ Punchcat ถูกบ่อยนะจะบอกให้ ถ้าเจ้าของไม่อยากอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียเอง ก็สามารถนำแมวเปอร์เซียไปอาบน้ำตาม Pet Shop ก็ได้ แต่จะหาร้านที่เขาถนัดอาบน้ำให้แมวเปอร์เซียไม่ใช่เรื่องหากันง่ายๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วต้องไดร์เป่าให้ขนแห้งจริงๆ ถ้าไม่แห้งอาจจะเป็นเชื้อรา หรือเป็นหวัดได้ สนนราคาทั่วๆไปจะอยู่ที่ 150-300 บาท
วิธีการดูแลแมวเปอร์เซีย แบบเบี้องต้น
วิธีการดูแลแมวเปอร์เซีย แบบเบี้องต้นการดูแลขนของแมวเปอร์เซียเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าแมวเปอร์เซียเป็นแมวขนยาว
ข้อที่ 1 การหมั่นทำความสะอาดถึงการแปลงและสางขนแมวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการ เกิดขนพันกัน เพราะการที่ขนพันกันเป็นกระจุกนั้นจะเป็นแหล่งเพาะเชื่อโรครวมทั้งพยาธิต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ และเป็นที่อยู่ของเห็บ หมัด อีกด้วย
ข้อที่ 2 ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ควรเลือกอาหารที่ช่วยให้ทางเดินอาหารของแมวไม่อุดตัน เนื่องจากแมวเปอร์เซียจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลียทำความสะอาดขน อันเป็นสาเหตุในการกินหรือกลืนเส้นขนเข้าไปเป็นจำนวนมาก หากเส้นขนจะไปรวมตัวกันในช่องท้อง จะทำให้แมวเปอร์เซียสำรอกหรือเกิดปัญหาของระบบย่อยอาหารได้
ข้อที่ 3 ส่วนโรคที่พบบ่อยในแมวเปอร์เซียนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคหายใจขัดหอบ หรือ ท่อน้ำตาอุดตันเป็นต้น นอกจากนี้แมวเปอร์เซียที่มีสีขาวรวมถึงแมวเปอร์เซียที่มีตาสีฟ้าหรือตาข้างละสี มักมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คือ หูหนวก อีกด้วย
โรคและวิธีการป้องกันโรคที่พบบ่อยในแมวเปอร์เซียนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคหายใจขัด หอบ หรือ ท่อน้ำตาอุดตัน เป็นต้น นอกจากนี้ แมวเปอร์เซียที่มีสีขาวรวมถึงแมวเปอร์เซียที่มีตาสีฟ้าหรือตาข้างละสีมักมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คือ หูหนวก อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม โรคท่อน้ำตาอุดตัน และปัญหาคราบน้ำตา เป็นปัญหาที่พบบ่อยและถูกถามถึงมากที่สุด อาการที่พบ คือ มีน้ำตา ไหลในตาข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ไม่มีอาการหรี่ตา น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาใสๆ ร่วมกับมีคราบติดบริเวณร่องจมูก ซึ่งโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในท่อน้ำตา เนื่องจากท่อน้ำตาและโพรงจมูกของแมวเปอร์เซียคดไปคดมา
เมื่อเจ้าเหมียวของคุณประสบปัญหานี้เข้า การแก้ปัญหาเบื้องต้น ผู้เลี้ยงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเคอยเช็ดคราบน้ำตาเป็นประจำ เพราะหากปล่อยไว้จนแห้ง อาจเช็ดไม่ออก หมดสวยหมดหล่อไม่รู้ด้วยนะคะ
แต่ถ้าหากมีคราบน้ำตามเยอะและข้นกว่าปกติ อาจต้องใช้ยาป้ายตาร่วมกับการเช็ดคราบน้ำตา หรืออาจพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อล้างท่อน้ำตา และทำการรักษาต่อไป
คำแนะนำการเลี้ยงแมวเปอร์เซียและโปรแกรมการฉีดวัดซีน3-4 สัปดาห์ ตรวจอุจจาระถ่ายพยาธิ
9 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย ครั้งที่ 1
10 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย ครั้งที่ 1
12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และถ่ายพยาธิ
13 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย ครั้งที่ 2
14 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย ครั้งที่ 2
ฉีดซ้ำทุก 1 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย + ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย + ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
ข้อที่ 1 การหมั่นทำความสะอาดถึงการแปลงและสางขนแมวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการ เกิดขนพันกัน เพราะการที่ขนพันกันเป็นกระจุกนั้นจะเป็นแหล่งเพาะเชื่อโรครวมทั้งพยาธิต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ และเป็นที่อยู่ของเห็บ หมัด อีกด้วย
ข้อที่ 2 ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ควรเลือกอาหารที่ช่วยให้ทางเดินอาหารของแมวไม่อุดตัน เนื่องจากแมวเปอร์เซียจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลียทำความสะอาดขน อันเป็นสาเหตุในการกินหรือกลืนเส้นขนเข้าไปเป็นจำนวนมาก หากเส้นขนจะไปรวมตัวกันในช่องท้อง จะทำให้แมวเปอร์เซียสำรอกหรือเกิดปัญหาของระบบย่อยอาหารได้
ข้อที่ 3 ส่วนโรคที่พบบ่อยในแมวเปอร์เซียนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคหายใจขัดหอบ หรือ ท่อน้ำตาอุดตันเป็นต้น นอกจากนี้แมวเปอร์เซียที่มีสีขาวรวมถึงแมวเปอร์เซียที่มีตาสีฟ้าหรือตาข้างละสี มักมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คือ หูหนวก อีกด้วย
โรคและวิธีการป้องกันโรคที่พบบ่อยในแมวเปอร์เซียนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคหายใจขัด หอบ หรือ ท่อน้ำตาอุดตัน เป็นต้น นอกจากนี้ แมวเปอร์เซียที่มีสีขาวรวมถึงแมวเปอร์เซียที่มีตาสีฟ้าหรือตาข้างละสีมักมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด คือ หูหนวก อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม โรคท่อน้ำตาอุดตัน และปัญหาคราบน้ำตา เป็นปัญหาที่พบบ่อยและถูกถามถึงมากที่สุด อาการที่พบ คือ มีน้ำตา ไหลในตาข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ไม่มีอาการหรี่ตา น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาใสๆ ร่วมกับมีคราบติดบริเวณร่องจมูก ซึ่งโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียในท่อน้ำตา เนื่องจากท่อน้ำตาและโพรงจมูกของแมวเปอร์เซียคดไปคดมา
เมื่อเจ้าเหมียวของคุณประสบปัญหานี้เข้า การแก้ปัญหาเบื้องต้น ผู้เลี้ยงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเคอยเช็ดคราบน้ำตาเป็นประจำ เพราะหากปล่อยไว้จนแห้ง อาจเช็ดไม่ออก หมดสวยหมดหล่อไม่รู้ด้วยนะคะ
แต่ถ้าหากมีคราบน้ำตามเยอะและข้นกว่าปกติ อาจต้องใช้ยาป้ายตาร่วมกับการเช็ดคราบน้ำตา หรืออาจพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อล้างท่อน้ำตา และทำการรักษาต่อไป
คำแนะนำการเลี้ยงแมวเปอร์เซียและโปรแกรมการฉีดวัดซีน3-4 สัปดาห์ ตรวจอุจจาระถ่ายพยาธิ
9 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย ครั้งที่ 1
10 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย ครั้งที่ 1
12 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และถ่ายพยาธิ
13 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย ครั้งที่ 2
14 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย ครั้งที่ 2
ฉีดซ้ำทุก 1 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด + โรคระบบทางเดินหายใจตอนบน + โรคช่องปากและลิ้นอักเสบ + โรคคลาเดีย + ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย + ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
การเลื้อกชื้อเเมวเปอร์เชียร์
บางคนอาจจะอยากไปเดินหาซื้อลูกแมวน่ารักๆ เอาไว้เลี้ยงซักตัว แต่ก่อนที่จะไปนั้นลองมาอ่านทางนี้กันก่อน เพราะเราจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อลูกแมวอย่างง่ายๆ กัน เพื่อนๆ จะได้ลูกแมวที่ดีมีคุณภาพไปเลี้ยงกันยังไงล่ะ
1. ทั่วไป โดยพื้นๆ ทั่วไปแล้ว ก็จะต้องเลือกลูกแมวที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ร่างกายสมบูรณ์ จะได้ไม่ต้องคอยพาไปหาหมอกันบ่อยๆยังไงล่ะ แล้วก็เลือกที่มีหน้าตาสะสวย ความครบถ้วนของอวัยวะทุกอย่าง ดูซิว่า มีนิ้วไหนหายไปมั๊ย หูแหว่งหรือเปล่า ตามองเห็นชัดเจนหรือไม่
2. เลือกเพศ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเพื่อนๆ อยากจะได้แมวเพสอะไรมาเลี้ยง ถ้าเป็นแมวตัวผู้ก็คงจะต้องทำใจกับความเที่ยวเก่ง และเจ้าชู้ของเค้าหน่อย บางทีก็มักจะฉี่รดสิ่งของในบ้านให้เกิดความรำคาญใจอยู่ร่ำไป แต่ถ้าเป็นเพศเมีย เพื่อนๆก็จะได้แมวที่นิสัยน่ารัก จับหนูเก่ง อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน เป็นแม่ที่ดี ไม่ทอดทิ้งลูกให้อยู่ตามลำพังนานๆ
3. เลือกพันธุ์ หากใครอยากจะเลี้ยงแมวที่มีพันธุ์ดีล่ะก็ คงจะต้องใช้เวลา และความรอบคอบในการพินิจพิจารณากันหน่อยเพราะว่าลูกแมวนั้นอายุยังน้อย ก็จะดูคล้ายๆ กันหมด อาจถูกคนขายหลอกได้ ฉะนั้นต้องดูให้แน่ว่าเจ้าลูกแมวตัวนั้น มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์อย่างไร ประวัติดีหรือเปล่า ฟาร์มน่าเชื่อถือมั๊ย
4. สภาพการเลี้ยงดู ต้องดูด้วยว่าร้านหรือฟาร์มที่เราไปซื้อนั้น มีการเลี้ยงดูอย่างไร สภาพแวดล้อมเป็นไง สะอาดพอมั๊ยลูกแมวมีแววตาสดใสเป็นประกายหรือเปล่า หรือมีขี้ตาเกรอะกรัง มีน้ำมูกไหล ปลอดจากหมัดไร
5. พยาธิ ลูกแมวที่เป็นพยาธินั้น เราสังเกตได้ว่าจะท้องป่อง สุขภาพเสื่อมโทรม ปากซีด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แคระแกรน น้ำหนักน้อย ขนหยาบกระด้าง เห็นกระดูสันหลังโผล่ขึ้นมา
6. อารมณ์ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพราะว่าลูกแมวที่ดีจะต้องรื่นเริง แจ่มใส ไม่ตกใจง่าย กระตือรือร้น มีความเป็นมิตร ไม่ควรเลือกที่เจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียว โกรธง่าย หงุดหงิด
การเลือกเพศและวัยแมวให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวเรา
สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล ควรเลือกแมวที่โตแล้ว เช่นแมวอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป "แมวโตระวังโดนคนขายหลอก ควรมีใบแสดงอายุแมว เพื่อความแน่ใจก่อนตัดสิ้นใจ เพราะถ้าท่านรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้แมวที่อายุมาก ข้อเสียของแมวที่อายุมาก เช่น แมวอาจมีปัญหาคนเลี้ยงถึงต้องการขายทิ้ง แมวชราโรครุมเร้า"
เลือกแมวตัวผู้หรือตัวเมียก็ได้ตามที่ชอบและนำไปทำหมันกับสัตวแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็ง และการตั้งท้อง และช่วยให้แมวมีอายุยืนขึ้นและอยู่บ้านมากขึ้นด้วยค่ะ
สำหรับผู้ที่มีเวลาเลี้ยง ขอแนะนำว่าควรเลือกลูกแมวเพราะว่าลูกแมวที่อายุน้อยจะปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ง่าย และการแสดงออกด้วยท่าทางก็เป็นสิ่งที่น่าเอ็นดู จะทำให้ลูกแมวมีความผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวยิ่งขึ้น
1. ทั่วไป โดยพื้นๆ ทั่วไปแล้ว ก็จะต้องเลือกลูกแมวที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ร่างกายสมบูรณ์ จะได้ไม่ต้องคอยพาไปหาหมอกันบ่อยๆยังไงล่ะ แล้วก็เลือกที่มีหน้าตาสะสวย ความครบถ้วนของอวัยวะทุกอย่าง ดูซิว่า มีนิ้วไหนหายไปมั๊ย หูแหว่งหรือเปล่า ตามองเห็นชัดเจนหรือไม่
2. เลือกเพศ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเพื่อนๆ อยากจะได้แมวเพสอะไรมาเลี้ยง ถ้าเป็นแมวตัวผู้ก็คงจะต้องทำใจกับความเที่ยวเก่ง และเจ้าชู้ของเค้าหน่อย บางทีก็มักจะฉี่รดสิ่งของในบ้านให้เกิดความรำคาญใจอยู่ร่ำไป แต่ถ้าเป็นเพศเมีย เพื่อนๆก็จะได้แมวที่นิสัยน่ารัก จับหนูเก่ง อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน เป็นแม่ที่ดี ไม่ทอดทิ้งลูกให้อยู่ตามลำพังนานๆ
3. เลือกพันธุ์ หากใครอยากจะเลี้ยงแมวที่มีพันธุ์ดีล่ะก็ คงจะต้องใช้เวลา และความรอบคอบในการพินิจพิจารณากันหน่อยเพราะว่าลูกแมวนั้นอายุยังน้อย ก็จะดูคล้ายๆ กันหมด อาจถูกคนขายหลอกได้ ฉะนั้นต้องดูให้แน่ว่าเจ้าลูกแมวตัวนั้น มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์อย่างไร ประวัติดีหรือเปล่า ฟาร์มน่าเชื่อถือมั๊ย
4. สภาพการเลี้ยงดู ต้องดูด้วยว่าร้านหรือฟาร์มที่เราไปซื้อนั้น มีการเลี้ยงดูอย่างไร สภาพแวดล้อมเป็นไง สะอาดพอมั๊ยลูกแมวมีแววตาสดใสเป็นประกายหรือเปล่า หรือมีขี้ตาเกรอะกรัง มีน้ำมูกไหล ปลอดจากหมัดไร
5. พยาธิ ลูกแมวที่เป็นพยาธินั้น เราสังเกตได้ว่าจะท้องป่อง สุขภาพเสื่อมโทรม ปากซีด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แคระแกรน น้ำหนักน้อย ขนหยาบกระด้าง เห็นกระดูสันหลังโผล่ขึ้นมา
6. อารมณ์ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพราะว่าลูกแมวที่ดีจะต้องรื่นเริง แจ่มใส ไม่ตกใจง่าย กระตือรือร้น มีความเป็นมิตร ไม่ควรเลือกที่เจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียว โกรธง่าย หงุดหงิด
การเลือกเพศและวัยแมวให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวเรา
สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล ควรเลือกแมวที่โตแล้ว เช่นแมวอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป "แมวโตระวังโดนคนขายหลอก ควรมีใบแสดงอายุแมว เพื่อความแน่ใจก่อนตัดสิ้นใจ เพราะถ้าท่านรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้แมวที่อายุมาก ข้อเสียของแมวที่อายุมาก เช่น แมวอาจมีปัญหาคนเลี้ยงถึงต้องการขายทิ้ง แมวชราโรครุมเร้า"
เลือกแมวตัวผู้หรือตัวเมียก็ได้ตามที่ชอบและนำไปทำหมันกับสัตวแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็ง และการตั้งท้อง และช่วยให้แมวมีอายุยืนขึ้นและอยู่บ้านมากขึ้นด้วยค่ะ
สำหรับผู้ที่มีเวลาเลี้ยง ขอแนะนำว่าควรเลือกลูกแมวเพราะว่าลูกแมวที่อายุน้อยจะปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ได้ง่าย และการแสดงออกด้วยท่าทางก็เป็นสิ่งที่น่าเอ็นดู จะทำให้ลูกแมวมีความผูกพันกับสมาชิกในครอบครัวยิ่งขึ้น
การเลี้ยงแมวเปอร์เชียร์
การรับแมวเปอร์เซียเข้ามาที่บ้านวันแรก
โดยส่วนใหญ่ที่ทำอยู่เมื่อรับแมวมาบ้านวันแรกก็จะขังเขาไว้ก่อนตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์ที่แนะนำเราว่าจะได้ดูอาการน้องเขาก่อนว่าติดเชื้อไรมาหรือไม่ ซึ่งหากมีอาการก็จะแสดงให้เห็นภายใน 7 วัน ซึ่งเป็นการดีกว่าหากจะปล่อยให้อยู่กับแมวเราเลย เพราะว่าหากมีเชื่อโรคไรขึ้นมาแมวเราก็จะติดไปด้วยหากเลี้ยงรวมเลย
การทำความคุ้นเคยให้แมวเก่า ใหม่
จริงตรงนี้ได้ยินคนถามมาเยอะเหมือนกัน ซึ่งตัวเองก็เคยเจอปัญหาแรกๆ เวลาเลี้ยงเหมื่อนกันว่าแมวมาใหม่จะถูกรังแก จากแมวเจ้าถิ่นบ้าง โดนตบบ้าง กัดบ้าง ทำให้แมวมาใหม่ร้องเสียงหลง ทำให้เราสงสาร วิธีการจริงๆ ก็ไม่มีไรเลย แค่คอยดูเขาห่างๆ เขาเล่นแรงก็จับแยกเท่านั้นน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-5 วันน่าจะเข้ากันได้ หลังจากปล่อยเลี้ยงรวม ตอนแรกไม่เข้าใจเหมือนกันแมวที่บ้านเล่นเป็น 2 อาทิตย์เลยกว่าจะสนิทกัน เพราะเห็นมันถูกตบ ถูกกัดก็จะคอยเอาใส่กรงประจำ ทำให้มันไม่ชินกันซักที สุดท้ายเลยตัดใจปล่อยไม่ขัง จำได้ว่า 2-3 นี้แหละมันก็คุ้นกันแล้ว อุตส่าห์ขังแยกตั้งนาน ห้าๆๆๆ แต่อย่าลืมนิดนะครับว่า ต้องตัดเล็บแมวตัวเก่าด้วยไม่งั้นอาจทำอันตรายแมวตัวใหม่ได้ครับ
หลังจากได้แมวมาแล้ว สิ่งพื้นฐานที่ต้องมีเลย คือ
1. ชามอาหาร
2. ชามน้ำ หรือ จะเป็นจุกให้น้ำก็ดีเลย
3. กรงหากต้องการขังบ้างเป็นครั้งคราว แนะนำเป็นกรงเบอร์ 1 ครับ เพราะมีพื้นทีเดินกลับตัว ไม่ทำให้แมวเครียดมาก
4. กะบะทราย หรือจะเป็นห้องน้ำแมวก็ได้เพื่อเก็บกลิ่นได้ดี
5. ทรายแมว ขอเป็นทรายที่ขายกัน ไม่แนะนำทรายจริงครับ
6. อาหารแมว แนะนำให้กินอาหารแมวเกรดพรีเมี่ยม ตามร้านอาหารสัตว์ เช่น Royal Cannin หรือ Hill's ก็ได้ หรือจะเป็นยี่ห้ออื่นๆ ตามสะดวกก็ได้ครับ
7. ที่ตัดเล็บแมว
8. แชมพูแมว ต้องเป็นสำหรับแมวขนขาวเท่านั้นครับ โดยปกติจะซื้อกับสัตว์แพทย์เลย เพราะเป็นเพื่อนกันแนะนำดี
9. แปรงสำหรับ แปรงขนแมว
10. น้ำยาเช็ดตาและหู
เท่าที่นึกได้นะครับน่าจะประมาณนี้ครับ จะมีเล็กๆ น้อยๆ ก็พวกของเล่นแมว แต่ก็แล้วแต่เจ้าของหากันมาครับ หลังจากนั้นก็หามุมซักมุม วางสิ่งพวกนี้ไว้เพื่อเป็นที่ประจำในการมาพัก กินอาหาร หรือขับถ่าย
อาหารก็วางให้เขา ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะกินไม่กินหากแมวปกติไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาหิวก็จะไปกินเองครับ แต่หากแมวตัวเล็กมากก็อาจ ทุบให้ละเอียดนิดครับหากเม็ดมันใหญ่มาก
ส่วนเรื่องน้ำ หากเป็นไปได้อยากให้ฝึกให้เขาเลียจุกน้ำมากกว่า จะสะดวกครับและน้ำไม่หกเรี่ยราดหรือเปียกขนแมวที่เรารักด้วยครับ
กรงแมว อย่างที่บอกไปก็ขอเป็นกรงแมวเบอร์ 1 เพื่อให้น้องเขามีพื้นที่สวิงตัวหน่อยจะได้ไม่ดู กดดันเกินไป อาจมี2ชั้นเพื่อให้น้องเขาได้กระโดดขึ้นไปนอนได้ กรงนี้หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไป บอกกรงเบอร์ 1 ครับขนาดประมาณ กว้าง 26 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว และสูง 24 นิ้ว โดยประมาณครับ
กะบะทรายแมว ที่บ้านจะใช้เป็นห้องน้ำ น่ารักๆ แถมยังช่วยเก็บกลิ่นได้พอสมควรด้วย เพราะจะเลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นในห้อง ไม่ค่อยเน้นขังกรง ปวดเมื่อไหร่ก็วิ่งเขาห้องน้ำเอา ขั้นแรกไม่มีอะไรมากตามวิธีแต่ดั้งเดิมก็เอาก้นแมวไปถูๆ ที่ทราบแมวเพื่อให้มันมีกลิ่นของตัวมันเองติดที่ทราย จะได้มาเข้าห้องน้ำได้ถูก
ส่วนทรายแมว แนะว่าอยากให้เป็นทรายแมวจริงเลยเพราะมันจะเหม็นมากหากแมวอึหรือฉี่ ขอให้เป็นทรายแมวที่ขายในพวกร้าน Pet Shop จะดีกว่า จะเก็บกลิ่นได้พอสมควร ส่วนที่บ้านจะใช้ยี่ห้อ Cat Best เพราะสะดวกดี จับตัวเป็นก้อน เก็บกลิ่นดี แล้วสามารถนำไปทิ้งลงชักโครกได้เลย ไม่อุดตัน
ที่ตัดเล็บแมว ก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะแมวจะชอบลับเล็บตัวเองเสมอๆ โดยเฉพาะกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เห่อๆๆๆ รวมถึงอาจทะเลาะกับแมวด้วยกันเอง ดังนั้น ควรตัดเล็บแมวให้สั้น แต่ไม่แนะนำให้ถอดเล็บนะครับไม่ควรทำ เพราะหากเปรียบกับคนก็เหมือนตัดนิ้วบริเวณที่เป็นเล็บออกไปเลย สยองใช่ไหมล่ะ ดังนั้นก็ไม่ควรทำกับแมวเราเช่นกันมันเป็นบาป อิอิ.... ส่วนการตัดเล็บแมวนั้นควรเป็นกรรไรที่สำกรับตัดเล็บแมวเท่านั้น จะได้ไม่ทำให้แมวเจ็บมาก และไม่แนะนำให้เป็นที่ตัดเล็บคน มันจะเจ็บครับ วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก ก็สังเกต กางเล็บแมวออกมา แล้วดูครับ เล็บแมวจะแบบเป็น 2 ช่วงคือ ปลายเล็บที่แหลมเนื้อสีขาวขุ่น อันนี้สามารถตัดได้ แต่บริเวณที่ลึกลงได้จนเห็นเนื้อแดงๆ ของเขาติดกับเล็บอย่าไปตัดนะครับ เขาจะเจ็บ และมีเลือดออก ให้ตัดตรงที่ไม่มีเนื้อติดครับ ไม่ยากครับ ไม่ต่องกลัว แต่ต้องปล้ำกับแมวหน่อย อิอิ
แปรงสำหรับแปรงขนแมว แนะนำว่าเป็นแปรงแบบหัวตุ่มก็ดีครับ หวีให้น้องเขาเป็นไปได้ก็เช้า-เย็น เพื่อขนไม่พันกัน และเอาขนเก่าออก ส่วนใหญ่ที่บ้านแมวจะชอบให้หวีให้ เพราะมันจะเคลิมเลย ^^
แชมพูแมวเปอร์เซีย ขอให้เป็นแชมพูสำหรับแมวขนยาว เพราะจะได้ไม่ทำให้ขนพันกัน ที่บ้านจะใช้สูตรพวกป้องกันเห็บหมัด เชื่อเราต่างๆ ด้วย แต่อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกกันนะครับ หรือจะปรึกษาสัตว์แพทย์ใกล้บ้านก็ได้ ว่าเป็นแชมพูยี่ห้อไหนจะดี หลังจากได้แชมพูก็อย่าลืมอาบน้ำให้มันนะครับอย่างน้อยๆ ซักเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย ไม่ก็ 2 สัปดาห์ครั้งก็ได้ หลังจากอาบน้ำก็เป่าขนให้แห้ง ย้ำว่าให้แห้งนะครับ ไม่เอาหมาดเดี๋ยวขนน้องจะชื้นแล้วน้องจะเป็นหวัด หรือเป็นเชื้อราได้
น้ำยาเช็ดตาและหู ก็จะหาได้ง่ายๆ จากร้าน Pet Shop ทั่วไป ก็แล้วแต่จะเลือกหรือจะปรึกษาสัตว์แพทย์ก็ได้แล้วแต่ การเช็ดตา หากเป็นแมวหน้าบี้ก็ต้องดูแลเช็ดเช้า-เย็น เพื่อให้ไม่เป็นคราบสกปรกติดตาไม่น่ามอง จะใช้เป็นน้ำยา หรือน้ำอุ่นๆ เ๙้ดก็ได้เหมือนกัน จากนั้นก็ซับๆ ให้แห้งด้วยนะครับ ส่วนการทำความสะอาดหู ก็ควรเช็ดเป็นประจำเพราะ หูเป็นบริเวณที่สกปรกง่ายแล้วอาจก็ให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ กับแมวได้ ดังนั้นอาจเช็ดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเป็นดีครับ หรือจะดูว่าสกปรกแล้วก็ควรเช็ดได้ครับ
การสังเกตุอาการผิดปกติในแมว อันนี้ก็ต้องคอยดูครับว่าน้องเขาซึมไหม ตัวร้อนไหม ถ่ายเป็นเลือดไหม ปัสสาวะออกหรือเปล่า หรืออาการใดๆ ที่ดูผิดสังเกตก็จะรีบโทรถามสัตว์แพทย์โดยทันที หากไม่น่าไว้วางใจก็จะรีบนำตัวไปพบสัคว์แพทย์โดยด่วนเพื่อเช็คอาการครับ
โดยส่วนใหญ่ที่ทำอยู่เมื่อรับแมวมาบ้านวันแรกก็จะขังเขาไว้ก่อนตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์ที่แนะนำเราว่าจะได้ดูอาการน้องเขาก่อนว่าติดเชื้อไรมาหรือไม่ ซึ่งหากมีอาการก็จะแสดงให้เห็นภายใน 7 วัน ซึ่งเป็นการดีกว่าหากจะปล่อยให้อยู่กับแมวเราเลย เพราะว่าหากมีเชื่อโรคไรขึ้นมาแมวเราก็จะติดไปด้วยหากเลี้ยงรวมเลย
การทำความคุ้นเคยให้แมวเก่า ใหม่
จริงตรงนี้ได้ยินคนถามมาเยอะเหมือนกัน ซึ่งตัวเองก็เคยเจอปัญหาแรกๆ เวลาเลี้ยงเหมื่อนกันว่าแมวมาใหม่จะถูกรังแก จากแมวเจ้าถิ่นบ้าง โดนตบบ้าง กัดบ้าง ทำให้แมวมาใหม่ร้องเสียงหลง ทำให้เราสงสาร วิธีการจริงๆ ก็ไม่มีไรเลย แค่คอยดูเขาห่างๆ เขาเล่นแรงก็จับแยกเท่านั้นน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-5 วันน่าจะเข้ากันได้ หลังจากปล่อยเลี้ยงรวม ตอนแรกไม่เข้าใจเหมือนกันแมวที่บ้านเล่นเป็น 2 อาทิตย์เลยกว่าจะสนิทกัน เพราะเห็นมันถูกตบ ถูกกัดก็จะคอยเอาใส่กรงประจำ ทำให้มันไม่ชินกันซักที สุดท้ายเลยตัดใจปล่อยไม่ขัง จำได้ว่า 2-3 นี้แหละมันก็คุ้นกันแล้ว อุตส่าห์ขังแยกตั้งนาน ห้าๆๆๆ แต่อย่าลืมนิดนะครับว่า ต้องตัดเล็บแมวตัวเก่าด้วยไม่งั้นอาจทำอันตรายแมวตัวใหม่ได้ครับ
หลังจากได้แมวมาแล้ว สิ่งพื้นฐานที่ต้องมีเลย คือ
1. ชามอาหาร
2. ชามน้ำ หรือ จะเป็นจุกให้น้ำก็ดีเลย
3. กรงหากต้องการขังบ้างเป็นครั้งคราว แนะนำเป็นกรงเบอร์ 1 ครับ เพราะมีพื้นทีเดินกลับตัว ไม่ทำให้แมวเครียดมาก
4. กะบะทราย หรือจะเป็นห้องน้ำแมวก็ได้เพื่อเก็บกลิ่นได้ดี
5. ทรายแมว ขอเป็นทรายที่ขายกัน ไม่แนะนำทรายจริงครับ
6. อาหารแมว แนะนำให้กินอาหารแมวเกรดพรีเมี่ยม ตามร้านอาหารสัตว์ เช่น Royal Cannin หรือ Hill's ก็ได้ หรือจะเป็นยี่ห้ออื่นๆ ตามสะดวกก็ได้ครับ
7. ที่ตัดเล็บแมว
8. แชมพูแมว ต้องเป็นสำหรับแมวขนขาวเท่านั้นครับ โดยปกติจะซื้อกับสัตว์แพทย์เลย เพราะเป็นเพื่อนกันแนะนำดี
9. แปรงสำหรับ แปรงขนแมว
10. น้ำยาเช็ดตาและหู
เท่าที่นึกได้นะครับน่าจะประมาณนี้ครับ จะมีเล็กๆ น้อยๆ ก็พวกของเล่นแมว แต่ก็แล้วแต่เจ้าของหากันมาครับ หลังจากนั้นก็หามุมซักมุม วางสิ่งพวกนี้ไว้เพื่อเป็นที่ประจำในการมาพัก กินอาหาร หรือขับถ่าย
อาหารก็วางให้เขา ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะกินไม่กินหากแมวปกติไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาหิวก็จะไปกินเองครับ แต่หากแมวตัวเล็กมากก็อาจ ทุบให้ละเอียดนิดครับหากเม็ดมันใหญ่มาก
ส่วนเรื่องน้ำ หากเป็นไปได้อยากให้ฝึกให้เขาเลียจุกน้ำมากกว่า จะสะดวกครับและน้ำไม่หกเรี่ยราดหรือเปียกขนแมวที่เรารักด้วยครับ
กรงแมว อย่างที่บอกไปก็ขอเป็นกรงแมวเบอร์ 1 เพื่อให้น้องเขามีพื้นที่สวิงตัวหน่อยจะได้ไม่ดู กดดันเกินไป อาจมี2ชั้นเพื่อให้น้องเขาได้กระโดดขึ้นไปนอนได้ กรงนี้หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไป บอกกรงเบอร์ 1 ครับขนาดประมาณ กว้าง 26 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว และสูง 24 นิ้ว โดยประมาณครับ
กะบะทรายแมว ที่บ้านจะใช้เป็นห้องน้ำ น่ารักๆ แถมยังช่วยเก็บกลิ่นได้พอสมควรด้วย เพราะจะเลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นในห้อง ไม่ค่อยเน้นขังกรง ปวดเมื่อไหร่ก็วิ่งเขาห้องน้ำเอา ขั้นแรกไม่มีอะไรมากตามวิธีแต่ดั้งเดิมก็เอาก้นแมวไปถูๆ ที่ทราบแมวเพื่อให้มันมีกลิ่นของตัวมันเองติดที่ทราย จะได้มาเข้าห้องน้ำได้ถูก
ส่วนทรายแมว แนะว่าอยากให้เป็นทรายแมวจริงเลยเพราะมันจะเหม็นมากหากแมวอึหรือฉี่ ขอให้เป็นทรายแมวที่ขายในพวกร้าน Pet Shop จะดีกว่า จะเก็บกลิ่นได้พอสมควร ส่วนที่บ้านจะใช้ยี่ห้อ Cat Best เพราะสะดวกดี จับตัวเป็นก้อน เก็บกลิ่นดี แล้วสามารถนำไปทิ้งลงชักโครกได้เลย ไม่อุดตัน
ที่ตัดเล็บแมว ก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะแมวจะชอบลับเล็บตัวเองเสมอๆ โดยเฉพาะกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เห่อๆๆๆ รวมถึงอาจทะเลาะกับแมวด้วยกันเอง ดังนั้น ควรตัดเล็บแมวให้สั้น แต่ไม่แนะนำให้ถอดเล็บนะครับไม่ควรทำ เพราะหากเปรียบกับคนก็เหมือนตัดนิ้วบริเวณที่เป็นเล็บออกไปเลย สยองใช่ไหมล่ะ ดังนั้นก็ไม่ควรทำกับแมวเราเช่นกันมันเป็นบาป อิอิ.... ส่วนการตัดเล็บแมวนั้นควรเป็นกรรไรที่สำกรับตัดเล็บแมวเท่านั้น จะได้ไม่ทำให้แมวเจ็บมาก และไม่แนะนำให้เป็นที่ตัดเล็บคน มันจะเจ็บครับ วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก ก็สังเกต กางเล็บแมวออกมา แล้วดูครับ เล็บแมวจะแบบเป็น 2 ช่วงคือ ปลายเล็บที่แหลมเนื้อสีขาวขุ่น อันนี้สามารถตัดได้ แต่บริเวณที่ลึกลงได้จนเห็นเนื้อแดงๆ ของเขาติดกับเล็บอย่าไปตัดนะครับ เขาจะเจ็บ และมีเลือดออก ให้ตัดตรงที่ไม่มีเนื้อติดครับ ไม่ยากครับ ไม่ต่องกลัว แต่ต้องปล้ำกับแมวหน่อย อิอิ
แปรงสำหรับแปรงขนแมว แนะนำว่าเป็นแปรงแบบหัวตุ่มก็ดีครับ หวีให้น้องเขาเป็นไปได้ก็เช้า-เย็น เพื่อขนไม่พันกัน และเอาขนเก่าออก ส่วนใหญ่ที่บ้านแมวจะชอบให้หวีให้ เพราะมันจะเคลิมเลย ^^
แชมพูแมวเปอร์เซีย ขอให้เป็นแชมพูสำหรับแมวขนยาว เพราะจะได้ไม่ทำให้ขนพันกัน ที่บ้านจะใช้สูตรพวกป้องกันเห็บหมัด เชื่อเราต่างๆ ด้วย แต่อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกกันนะครับ หรือจะปรึกษาสัตว์แพทย์ใกล้บ้านก็ได้ ว่าเป็นแชมพูยี่ห้อไหนจะดี หลังจากได้แชมพูก็อย่าลืมอาบน้ำให้มันนะครับอย่างน้อยๆ ซักเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย ไม่ก็ 2 สัปดาห์ครั้งก็ได้ หลังจากอาบน้ำก็เป่าขนให้แห้ง ย้ำว่าให้แห้งนะครับ ไม่เอาหมาดเดี๋ยวขนน้องจะชื้นแล้วน้องจะเป็นหวัด หรือเป็นเชื้อราได้
น้ำยาเช็ดตาและหู ก็จะหาได้ง่ายๆ จากร้าน Pet Shop ทั่วไป ก็แล้วแต่จะเลือกหรือจะปรึกษาสัตว์แพทย์ก็ได้แล้วแต่ การเช็ดตา หากเป็นแมวหน้าบี้ก็ต้องดูแลเช็ดเช้า-เย็น เพื่อให้ไม่เป็นคราบสกปรกติดตาไม่น่ามอง จะใช้เป็นน้ำยา หรือน้ำอุ่นๆ เ๙้ดก็ได้เหมือนกัน จากนั้นก็ซับๆ ให้แห้งด้วยนะครับ ส่วนการทำความสะอาดหู ก็ควรเช็ดเป็นประจำเพราะ หูเป็นบริเวณที่สกปรกง่ายแล้วอาจก็ให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ กับแมวได้ ดังนั้นอาจเช็ดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเป็นดีครับ หรือจะดูว่าสกปรกแล้วก็ควรเช็ดได้ครับ
การสังเกตุอาการผิดปกติในแมว อันนี้ก็ต้องคอยดูครับว่าน้องเขาซึมไหม ตัวร้อนไหม ถ่ายเป็นเลือดไหม ปัสสาวะออกหรือเปล่า หรืออาการใดๆ ที่ดูผิดสังเกตก็จะรีบโทรถามสัตว์แพทย์โดยทันที หากไม่น่าไว้วางใจก็จะรีบนำตัวไปพบสัคว์แพทย์โดยด่วนเพื่อเช็คอาการครับ
การเตรียมตัวก่อนเลี้ยงแมวเปอร์เชียร์
1. ต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากเลี้ยงแมวทำไม เหงา แฟนทิ้ง เบื่อ อยากมีเพื่อนนอนกอดที่น่ารักเหมือนตุ๊กตา แฟนซื้อให้ ฯลฯ แต่ต้องตอบตัวเองข้อหนึ่งให้ได้ว่า พร้อมที่จะรับผิดชอบหรือดูแลเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ถ้าไปเที่ยวใครจะดูแลให้น้ำให้ท่า เวลาเขาป่วยจะมีเวลาพาเขาไปหาสัตวแพทย์ไหม มีเวลาแปรงขนให้ไหม มีเวลาโกยอุจจาระในกระบะทรายไหม ทนกลิ่นเหม็นตอนเขาถ่ายได้ไหม กล้าอาบน้ำไหม(บางคนงงว่า แมวต้องอาบน้ำด้วยเหรอ) ฯลฯ สรุปว่าใจพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์เงินก็พร้อมคนข้างเคียงก็ไม่ว่าไร สาวๆคนไหนที่มีหนุ่มๆมาจีบและอยากได้น้องแมวมาเลี้ยงอาจจะขอของขัวญวันเกิดเป็นน้องแมวพันธุ์เปอร์เซียก็ได้
2. สถานที่เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย แต่ การเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซีย ใช้พื้นที่ไม่มากนัก ในคอนโดมิเนียมก็สามารถเลี้ยงเขาได้อย่างสบาย บางคนก็ชอบนอนกับแมวเลยก็มี อย่างนี้ก็ต้องหมั่นหวีขนให้เขาทุกวัน แมวขนยาว ต้องระวังไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน อย่าพยายามให้เขาอยู่ในที่อับชื้น เช่นห้องน้ำ เดี๋ยว เชื้อรา จะถามหาเอา ถ้ามีหน้าต่างรับแสงแดดได้ก็ยิ่งดี เพราะฉะนั้นเรื่องสถานที่การเลี้ยงแมวจึงไม่ค่อยซีเรียสมากเหมือนการเลี้ยงสุนัข แมวเปอร์เซีย จะไม่ค่อยโวยวายและเสียงดังมาก เพียงแต่ระวังของจะตกแตกได้เพราะความซนของ แมว เอง
3. กระบะทราย ถ้า แมว ยังเล็กๆอยู่ก็ให้ใช้กระบะทรายเล็กๆ หรือมีบางคนใช้วิธีที่ประหยัดโดยให้ฉีกหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นยาวๆเล็กๆใส่ในกระบะพอประมาณ ก็สามารถให้ แมว ตัวโปรดขับถ่ายได้อย่างสบาย ฝุ่นจากทรายแมวก็ไม่มี กลิ่นก็ไม่มาก ข้อดีคือเหมาะกับแมวเด็กๆ 2-4 เดือน เพราะว่าการขับถ่ายยังไม่เยอะมาก แต่เมื่อแมวโตมากขึ้นกินมากขึ้น ควารหาซื้อทรายแมวมาแทนเพราะว่าจะกำจัดกลิ่นได้ดีกว่าและสะดวกในการกำจัด แมวเล็กๆบางตัวที่ไม่คุ้นเคยกับทรายก็จะกินทรายเข้าไป บางตัวก็คายทิ้ง บางตัวก็กินเข้าไปแล้วมักจะติดที่กะพุงแก้ม ถ้าตัวไหนกินเข้าไปเยอะๆอาจจะตายได้ วิธีง่ายๆที่จะช่วยแมวตัวเล็กๆให้คุ้นเคยกับ ทรายแมว โดยการจับแมวให้อยู่บน กระบะทราย แล้วให้สังเกตว่าแมวกินทรายเข้าไปหรือเปล่า ถ้ากินเข้าไปให้รีบจับออกมาแล้วใช้มือง้างปากแมวพยายามนำเอาทรายที่ ลูกแมว กินเข้าไปออกมา แล้วปล่อยเข้าไปในกระบะทรายใหม่ ทำอย่างนี้ซัก 2-3 ครั้ง ลูกแมว ก็จะเลิกกินเอง ปรกติแล้วเขาจะรู้เองโดยธรรมชาติอยู่แล้วว่ามันกินไม่ได้ และพยายามจะคายออกมา จึงเป็นหน้าที่ของคนเลี้ยงที่จะต้องดูแลโดยใกล้ชิดในช่วงแรก แต่โดยปรกติแล้ว ลูกแมวของ พั้นช์แคททุกตัวก่อนจะไปอยู่บ้านใหม่จะถูกฝึกให้ขับถ่ายในกระบะทราย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนักเวลาย้ายบ้านใหม่
4. กระบอกน้ำ การใช้ กระบอกน้ำ ให้ แมวเลียน้ำเองจากกระบอก ดูเหมือนว่าจะทรมานสัตว์ แต่จริงๆแล้วการมีกระบอกน้ำจะช่วยให้น้ำสะอาดตลอดเวลา สะดวกสำหรับคนเลี้ยง ไม่เหกเลอะบนพื้นง่าย(นอกจากกระบอกน้ำที่ลูกปืนมันไม่ค่อยดี) รวมทั้งไม่ต้องค่อยมาเติมน้ำบ่อยๆ และน้ำจะไม่ไปติดขนใต้คาง ลดอาการการเกิดขนสีขาวเปลี่ยนเป็นเหลืองได้ดี
5. กรงแมว บางคนอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ถ้าจะให้แมวนอนด้วยกัน แต่ต้องระวังและมั่นใจว่า แมวโปรด ของเราได้รับการฝึกขับถ่ายเป็นที่เป็นทางเรียบร้อยแล้ว มิฉะนั้นแมวอาจจะขับถ่ายบนที่นอน ถ้าอยากให้อยู่เป็นที่เป็นทางก็ควรซื้อกรงให้เขา ควรจะเป็นกรงที่เป็น 2 ชั้นจะดีกว่ากรงชั้นเดียว กรงแมวก็หาซื้อได้ตามร้าน pet shop ทั่วๆไปหรือสั่งทำขึ้นมา ในกรงก็จะมีกระบอกน้ำและภาชนะใส่อาหาร
6. อาหาร ใครขยันทำอาหารให้แมวทุกมื้อก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นพวกเครื่องในหมูหรือปลาควรจะทำสุกก่อน แมวกินของสดก็ได้เช่นหัวใจไก่ เนื้อไก่ ไข่แดงดิบ อย่างไงก็ตามควรถ่ายพยาธิบ่อยๆก็แล้วกัน ส่วนพวกตับ ต้องระวังจะมีปัญหาท้องเสียตามมาควรทำให้สุกเสียก่อน การให้ นมแมว ไม่ควรใช้นมข้นหวานที่ขายในท้องตลาด ควรใช้นมแพะเป็นหลัก หาซื้อได้ตามร้าน Pet shop ทั่วๆไป ถ้าหาไม่ได้จริงๆให้ซื้อนมแพะของฟาร์มโชคชัย ตามร้าน 7 – eleven ขวดละ 20 บาท (แพงไปหน่อย) และถ้าต้องการความสะดวกในการให้อาหาร ควรให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเม็ดจะมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ เราใช้ Royal Canin เป็นหลัก
7. กรรไกรตัดเล็บแมว แชมพูอาบน้ำแมว แป้ง หวี สำลีเช็ดคาบน้ำตา น้ำยาเช็ดขอบดวงตาให้หาซื้อตามร้านขายยาก็ได้เอาชนิดอ่อนที่สุด หรือนำมาผสมน้ำเกลือล้างแผลก็ได้จะประหยัดกว่าการไปซื้อที่เป็นของเฉพาะแมวเป็นไหนๆ อย่าลืมน้ำยาเช็ดหูพร้อมไม้แคะหูด้วย
2. สถานที่เลี้ยงก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย แต่ การเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซีย ใช้พื้นที่ไม่มากนัก ในคอนโดมิเนียมก็สามารถเลี้ยงเขาได้อย่างสบาย บางคนก็ชอบนอนกับแมวเลยก็มี อย่างนี้ก็ต้องหมั่นหวีขนให้เขาทุกวัน แมวขนยาว ต้องระวังไม่ให้ขนพันกันเป็นก้อน อย่าพยายามให้เขาอยู่ในที่อับชื้น เช่นห้องน้ำ เดี๋ยว เชื้อรา จะถามหาเอา ถ้ามีหน้าต่างรับแสงแดดได้ก็ยิ่งดี เพราะฉะนั้นเรื่องสถานที่การเลี้ยงแมวจึงไม่ค่อยซีเรียสมากเหมือนการเลี้ยงสุนัข แมวเปอร์เซีย จะไม่ค่อยโวยวายและเสียงดังมาก เพียงแต่ระวังของจะตกแตกได้เพราะความซนของ แมว เอง
3. กระบะทราย ถ้า แมว ยังเล็กๆอยู่ก็ให้ใช้กระบะทรายเล็กๆ หรือมีบางคนใช้วิธีที่ประหยัดโดยให้ฉีกหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นยาวๆเล็กๆใส่ในกระบะพอประมาณ ก็สามารถให้ แมว ตัวโปรดขับถ่ายได้อย่างสบาย ฝุ่นจากทรายแมวก็ไม่มี กลิ่นก็ไม่มาก ข้อดีคือเหมาะกับแมวเด็กๆ 2-4 เดือน เพราะว่าการขับถ่ายยังไม่เยอะมาก แต่เมื่อแมวโตมากขึ้นกินมากขึ้น ควารหาซื้อทรายแมวมาแทนเพราะว่าจะกำจัดกลิ่นได้ดีกว่าและสะดวกในการกำจัด แมวเล็กๆบางตัวที่ไม่คุ้นเคยกับทรายก็จะกินทรายเข้าไป บางตัวก็คายทิ้ง บางตัวก็กินเข้าไปแล้วมักจะติดที่กะพุงแก้ม ถ้าตัวไหนกินเข้าไปเยอะๆอาจจะตายได้ วิธีง่ายๆที่จะช่วยแมวตัวเล็กๆให้คุ้นเคยกับ ทรายแมว โดยการจับแมวให้อยู่บน กระบะทราย แล้วให้สังเกตว่าแมวกินทรายเข้าไปหรือเปล่า ถ้ากินเข้าไปให้รีบจับออกมาแล้วใช้มือง้างปากแมวพยายามนำเอาทรายที่ ลูกแมว กินเข้าไปออกมา แล้วปล่อยเข้าไปในกระบะทรายใหม่ ทำอย่างนี้ซัก 2-3 ครั้ง ลูกแมว ก็จะเลิกกินเอง ปรกติแล้วเขาจะรู้เองโดยธรรมชาติอยู่แล้วว่ามันกินไม่ได้ และพยายามจะคายออกมา จึงเป็นหน้าที่ของคนเลี้ยงที่จะต้องดูแลโดยใกล้ชิดในช่วงแรก แต่โดยปรกติแล้ว ลูกแมวของ พั้นช์แคททุกตัวก่อนจะไปอยู่บ้านใหม่จะถูกฝึกให้ขับถ่ายในกระบะทราย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนักเวลาย้ายบ้านใหม่
4. กระบอกน้ำ การใช้ กระบอกน้ำ ให้ แมวเลียน้ำเองจากกระบอก ดูเหมือนว่าจะทรมานสัตว์ แต่จริงๆแล้วการมีกระบอกน้ำจะช่วยให้น้ำสะอาดตลอดเวลา สะดวกสำหรับคนเลี้ยง ไม่เหกเลอะบนพื้นง่าย(นอกจากกระบอกน้ำที่ลูกปืนมันไม่ค่อยดี) รวมทั้งไม่ต้องค่อยมาเติมน้ำบ่อยๆ และน้ำจะไม่ไปติดขนใต้คาง ลดอาการการเกิดขนสีขาวเปลี่ยนเป็นเหลืองได้ดี
5. กรงแมว บางคนอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ถ้าจะให้แมวนอนด้วยกัน แต่ต้องระวังและมั่นใจว่า แมวโปรด ของเราได้รับการฝึกขับถ่ายเป็นที่เป็นทางเรียบร้อยแล้ว มิฉะนั้นแมวอาจจะขับถ่ายบนที่นอน ถ้าอยากให้อยู่เป็นที่เป็นทางก็ควรซื้อกรงให้เขา ควรจะเป็นกรงที่เป็น 2 ชั้นจะดีกว่ากรงชั้นเดียว กรงแมวก็หาซื้อได้ตามร้าน pet shop ทั่วๆไปหรือสั่งทำขึ้นมา ในกรงก็จะมีกระบอกน้ำและภาชนะใส่อาหาร
6. อาหาร ใครขยันทำอาหารให้แมวทุกมื้อก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าเป็นพวกเครื่องในหมูหรือปลาควรจะทำสุกก่อน แมวกินของสดก็ได้เช่นหัวใจไก่ เนื้อไก่ ไข่แดงดิบ อย่างไงก็ตามควรถ่ายพยาธิบ่อยๆก็แล้วกัน ส่วนพวกตับ ต้องระวังจะมีปัญหาท้องเสียตามมาควรทำให้สุกเสียก่อน การให้ นมแมว ไม่ควรใช้นมข้นหวานที่ขายในท้องตลาด ควรใช้นมแพะเป็นหลัก หาซื้อได้ตามร้าน Pet shop ทั่วๆไป ถ้าหาไม่ได้จริงๆให้ซื้อนมแพะของฟาร์มโชคชัย ตามร้าน 7 – eleven ขวดละ 20 บาท (แพงไปหน่อย) และถ้าต้องการความสะดวกในการให้อาหาร ควรให้เป็นอาหารเม็ด อาหารเม็ดจะมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ เราใช้ Royal Canin เป็นหลัก
7. กรรไกรตัดเล็บแมว แชมพูอาบน้ำแมว แป้ง หวี สำลีเช็ดคาบน้ำตา น้ำยาเช็ดขอบดวงตาให้หาซื้อตามร้านขายยาก็ได้เอาชนิดอ่อนที่สุด หรือนำมาผสมน้ำเกลือล้างแผลก็ได้จะประหยัดกว่าการไปซื้อที่เป็นของเฉพาะแมวเป็นไหนๆ อย่าลืมน้ำยาเช็ดหูพร้อมไม้แคะหูด้วย
8. ตะกร้าใส่แมวเวลาพาไปหาหมอ หรือพาแมวไปเที่ยว พร้อมกับหาซื้อกระดาษซับฉี่(ใช้ของยี่ห้อ Lotus ก็ได้ถูกดี)จะเห็นว่าการเตรียมตัวที่จะ เลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซีย ไม่ใช่ยุ่งยากกว่าที่คิด ถ้าท่านเลี้ยงเขาอย่างทนุถนอมรักเขา ท่านก็จะได้ความรักตอบแทนจากแมวตัวโปรดที่ท่านรักเช่นกัน.
แมวเปอร์เซีย ของฉัน
ณ สนามบินเชียงใหม่
วันที่ 26 มิย 54 น้องเหมียวได้เดินทางมาจากหาดใหญ่ นั้งเครื่องบินมาสองต่อ จากหาดใหญ่มากรุงเทพแล้วก้อต่อจากกรุงเทพมาเชียงใหม่ ถึงตอนบ่ายสามโมง พูดได้ว่าน้องเขามากับฝนครับ 5++
เพราะวันนั้นฝนตกไม่หยุดเลย ตกไม่มากแต่ตกทั้งวัน เห็นครั้งแรกถูกใจมากๆๆ น้องเขาน่ารักมากครับ
ผมกับแฟนตั้งชื้อน้องเขาว่า น้องงาดำ! เพราะน้องเขาสีเหมือนงา มาถึงน้องเขาก้อเล่นเลยครับไม่มีการกลัว ไม่ร้อง ซนมากๆ พี่เขาเลี้ยงมาดีครับพี่ที่หาดใหญ่นะครับ(พี่Tinny)ทั้งยังใจดีแถม กรงที่นอนของเล่นและนมแพะอีก ขอบคุณพี่เขาจริงๆๆครับ แล้วเราก็พาน้องงาดำ มาบ้านใหม่
วันที่ 26 มิย 54 น้องเหมียวได้เดินทางมาจากหาดใหญ่ นั้งเครื่องบินมาสองต่อ จากหาดใหญ่มากรุงเทพแล้วก้อต่อจากกรุงเทพมาเชียงใหม่ ถึงตอนบ่ายสามโมง พูดได้ว่าน้องเขามากับฝนครับ 5++
เพราะวันนั้นฝนตกไม่หยุดเลย ตกไม่มากแต่ตกทั้งวัน เห็นครั้งแรกถูกใจมากๆๆ น้องเขาน่ารักมากครับ
ผมกับแฟนตั้งชื้อน้องเขาว่า น้องงาดำ! เพราะน้องเขาสีเหมือนงา มาถึงน้องเขาก้อเล่นเลยครับไม่มีการกลัว ไม่ร้อง ซนมากๆ พี่เขาเลี้ยงมาดีครับพี่ที่หาดใหญ่นะครับ(พี่Tinny)ทั้งยังใจดีแถม กรงที่นอนของเล่นและนมแพะอีก ขอบคุณพี่เขาจริงๆๆครับ แล้วเราก็พาน้องงาดำ มาบ้านใหม่
เดินทางจากสนามบินมายังบ้านใหม่
ณ บ้านใหม่
มาถึงบ้านใหม่ น้องเขาก็ทานอาหารไม่หยุดเลยครับ กินจุ มากกกก กินแล้วน้องเขาก็เดินสำรวจห้อง แล้วก็เล่นกับของเล่นใหม่ เล่นไปเล่นมา น้องเขาก็มาเล่นกับแฟนผม กัดมือแฟนผมจนหลับคามือเลย5++ น้องเขาคงเหนื่อย นะครับ
มาถึงบ้านใหม่ น้องเขาก็ทานอาหารไม่หยุดเลยครับ กินจุ มากกกก กินแล้วน้องเขาก็เดินสำรวจห้อง แล้วก็เล่นกับของเล่นใหม่ เล่นไปเล่นมา น้องเขาก็มาเล่นกับแฟนผม กัดมือแฟนผมจนหลับคามือเลย5++ น้องเขาคงเหนื่อย นะครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
